7-13 ก.ค. 60 ภูเขาไฟ รินจานี - Rinjani Rombok Indonesia 3,726M | BASSCAMP adventure

Rinjani (รินจานี) เป็นภูเขาไฟสูง 3,726 เมตร สูงอันดับสองของอินโดนีเซีย (รองจาก Kerinci แห่งเกาะสุมาตรา) และสูงสุดของเกาะลอมบอก (Rombok) เกาะซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะบาหลี อากาศบนยอดเขาหนาวตลอดปี เป็นภูเขาไฟที่ยังมีการปะทุอยู่เป็นระยะๆ ทุก 2-3 ชั่วโมง แต่ก็ปลอดภัย แต่ไม่สามารถไปนอนบริเวณริมทะเลสาปได้เท่านั้นเอง

ตารางการเดินทาง

วันแรก (7 ก.ค.)
       18.00 นัดเจอกันที่สนามบินดอนเมือง โซนแอร์เอเชีย เวลา 18.00 น.ไม่ควรสายนะครับ เช็คอินน์ โหลดสัมภาระขึ้นเครื่อง
       20.20 เครื่องขึ้นบินออกจากสนามบินดอนเมือง ด้วยสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบิน AK889 มุ่งหน้าสู่สนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์
       23.30 ถึงสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ รับกระเป๋าสัมภาระ รอต่อเครื่องบินไป Rombok (หาที่นอนพักผ่อนกันครับ)
วันที่สอง (8 ก.ค.)
       08.40 นั่งเครื่องจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์มุ่งหน้าสู่ Rombok
       11.45 ถึงสนามบินที่ Rombok รับสัมภาระเรียบร้อย นั่งรถตู้ที่มาคอยรับไปที่รีสอร์ท ถึงรีสอร์ท ใครจะเดินถ่ายรูป หรือจะพักผ่อนตามสบายครับ
       12.00 รับประทานอาหารมื้อเที่ยง (มื้อที่ 1) พักผ่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินขึ้นเขา เน้นพักเอากำลัง
       18.00 รับประทานอาหารมื้อเย็นที่รีสอร์ท(มื้อที่ 2 )แยกกันพักผ่อนให้เต็มที่
วันที่สาม (9 ก.ค.)
       05.30 Morning Call อาบน้ำ เตรียมของให้พร้อม เพื่อเดินทางพิชิตยอดรินจานีสมญานามเจ้าหญิงแห่งเกาะลอมบอก
       06.30 รับประทานอาหารมื้อเช้า (มื้อที่3) นั่งรถตู้ไปที่ Sembalun เป็นหมู่บ้านอิสลาม พร้อมคนนำทางและลูกหาบ
       08.00 ถึง Sembalun จุดเริ่มเดินทางเท้า เตรียมตัวพร้อม รับน้ำดื่ม จัดสัมภาระให้ลูกหาบ (ของส่วนตัวต้องแบกเอง)
       08.30 รับน้ำดื่ม เริ่มเดินขึ้นเขาได้เลย ผ่านต้นไม้ภูเขาเหมือนบ้านเรา ผ่านทุ่งหญ้าพื้นที่กว้างใหญ่ อากาศเย็นแน่นอน พบผู้ร่วมเดินทางชาวต่างชาติมากมาก ส่วนมากจะเป็นฝรั่ง
       12.00 ถึงจุดพักแรก เป็นจุดที่ลูกหาบจะหยุดทำอาหารมื้อกลางวันให้เราทาน(มื้อที่5) พร้อมแล้วออกเดินทางต่อ ผ่านจุดพัก Post 2 3 ไปเรื่อยๆ ในช่วงปลายก่อนถึงแคมป์ที่ 1 เป็นภูเขาโล่ง อากาศค่อนข้างร้อน แต่วิวสวยมาก
       16.00 ถึงแคมป์ 1 เป็นจุดที่เราพักคืนแรก วิวสวยมาก เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย เดินถ่ายรูป วิว 360 องศา เหมือนเรายืนอยู่เหนือเมฆ แสงยามเย็นงามนักดูที่แคมป์ได้เลย หรือใครจะเดินขึ้นไปอีกนิด ก็จะถึงปากขอบอ่างทะเลสาบ มองเห็นภูเขาไฟรินจานีกลางทะเลสาบสีเขียว อากาศจะหนาวมากนะครับ
       18.00 รับประทานอาหารมื้อเย็น(มื้อที่6) ข้าวผัดไก่ทอดอร่อยดี 555+ น้ำไม่มีให้อาบนะครับ
       19.00 รายการเสริมที่ไม่ควรพลาด พาท่านไปตรงที่ที่ไม่มีแสงรบกวน แหงนหน้าขึ้นไปมองทางช้างเผือก ดาวเยอะมากเพราะเป็นที่สูง มองเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจน ถ่ายดาวกันแต่ทนหนาวหน่อย ได้เวลาแยกย้ายกันพักผ่อนพรุ่งนี้เดินหนักอีก ZZZZZZZ
วันที่สี่ (10 ก.ค.)
       02.30 ออกเดินทางเท้าเพื่อขึ้นพิชิตยอดภูเขาไฟรินจานีกันเลยครับ ระยะทางเดินประมาณ 3กม. แต่ต้องใช้เวลามาก ทางชัน และช่วง 1 กม. สุดท้ายทางเดินจะเป็นดินภูเขาไฟที่ร่วน แบบว่าเดินไป 5 ก้าว ไหลลงมาเหลือ 2 ก้าว ทำให้ต้องใช้เวลา และควรจะมีไม้เท้าหรือไกร์เตอร์ ช่วยได้เยอะเลยครับ อากาศหนาวมาก
       07.00 ได้เวลาเดินลงมาที่แคมป์แล้ว เพราะเวลากลางวันข้างบนจะร้อน ขาเดินลงเดินง่าย วิ่งลงก็สนุกไปเลยช่วงที่เป็นหินร่วน ถึงเวลานี้แล้วใครที่เดินยังไม่ถึงต้องเดินลงแล้วนะครับ
       09.30 รับประทานอาหารมื้อเช้า(มื้อที่6) เก็บสัมภาระส่วนตัวให้เรียบร้อย พร้อมออกเดินทางต่อ เติมน้ำให้ระหว่างเดินทาง
       12.00 ถึงทะเลสาบ เป็นจุดที่พักรับประทานอาหารมื้อกลางวันกันครับ จุดนี้สวรรค์เลยครับ วิวสวยแถมมีน้ำพลุร้อนให้อาบ เป็นน้ำแร้ธรรมชาติ เต็มที่เลยครับอาบให้สบายตัว แล้วมารับประทานอาหารมื้อกลางวัน(มื้อที่7) ออกเดินทางต่อ
       13.30 ออกเดินทางต่อไปยังแคมป์ที่ 2 ช่วงนี้จะเดินค่อนข้างร้อนเพราะเป็นภูเขาหญ้าและภูเขาหินเป็นส่วนมาก บางจุดชันระดับ 45 องศา ต้องใช้มือในการจับด้วย ปีนป่ายภูเขาหิน
       16.00 ถึงแคมป์ที่2 ริมทะเลสาบ เก็บสัมภาระเข้าเต็นท์ พักผ่อน เดินถ่ายรูป อาบน้ำแร่ น้ำพุร้อนกันครับ นอนดูทะเลสาบอันเงียบสงบ
       18.00 รับประทานอาหารมื้อเย็น(มื้อที่8) ชา กาแฟ ร้อนๆ แก้หนาว
       19.00 ใครถ่ายดาวไม่เต็มที่ คืนนี้มีให้ชมอีกครับ ทางช้างเผือกเห็นชัดๆ ดื่มดำ่ให้เต็มที่
วันที่ห้า (11 ก.ค.)
       06.00 ตื่นมาพร้อมกัน จิบชา กาแฟร้อนๆให้ตาสว่าง ชมแสงยามเช้าที่ริมทะเลสาบ ทานอาหารเช้า (9)
       08.00 เก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินขึ้นที่ที่แคมป์ที่ 3 เราจะไม่รีบมากไป เพราะเส้นทางนี้ค่อนข้างอันตราย
       12.00 รับประทานอาหารที่แคมป์ 3 (10) ให้เวลาตามสบายครับ วิวสวยตลอดทางและทุกมุมที่ตั้งแคมป์
       18.00 รับประทานอาหารมื้อเย็น (11) แยกย้ายกันพักผ่อน นอนดูดาวกันอีกคืน
วันที่หก (12 ก.ค.)
       08.00 รับประทานอาหารเช้า(มื้อที่12) เก็บสัมภาระเดินทางลงจากภูเขาไฟรินจานี้ ขากลับเดินลงทาง Senaru จุดเริ่มเดินทางเท้าของอุทยานฯ อีกเส้นทาง
       12.00 แวะรับประทานอาหารมื้อกลางวัน (มื้อที่13) เดินทางต่อ ผ่านต้นไม้ใหญ่คล้ายป่าบ้านเรา อากาศค่อนข้างร้อน ถึงอุทยานฯ ดื่มน้ำเย็นๆให้ชื่นใจ รอรถตู้มารับกลับไปที่พัก อำลาลูกหาบ คนนำทาง พร้อมทริปเล็กๆน้อยๆ เป็นสินน้ำใจ
       17.00 ถึงที่พัก อาบน้ำให้สบายตัว เก็บสัมภาระ นั่งรถกลับไปพักที่รีสอร์ทในเมือง
       19.00 รับประทานอาหารมื้อเย็น(มื้อที่14)
แยกย้ายกันพักผ่อน หลังจากที่เหนื่อยกันมาหลายวัน นอนเตียงนุ่มๆ สบาย ZZZZZZZ
วันที่เจ็ด (13 ก.ค.)
       07.00 ตื่นมาทานอาหารมื้อเช้าด้วยกันครับ
       09.30 ล้อหมุนมุ่งหน้าสู่สนามบิน BANDAR UDARA INTERNATIONAL LOMBOK
       12.15 บินกลับกัวลาลัมเปอร์ด้วยสายการบินแอร์เอเชียเที่ยวบิน AK309 ถึงสนามบิน กัวลาลัมเปอร์ เวลา 15.25 น.
       18.40 บินกลับไปที่สนามบินดอนเมืองด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน AK888 ถึงสนามบินดอนเมืองเวลา 19.50 น.
แยกย้ายกันกลับบ้านพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม แล้วไปหาร้านลาบอร่อยๆ กินดีกว่า555+

เที่ยวบินในการเดินทาง 4 เที่ยวบิน(เราจัดการให้ คิดตามราคาจริง) เรื่องตั๋วเครื่องบินทางเราจัดการจองให้ครับ พร้อมโอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินตามราคาจริงในวันที่ท่านให้จอง

การจองทัวร์
โอนเงินมัดจำท่านละ 5000 บาท พร้อม เงินในการจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินดังกล่าวตามราคาจริง เราบริการจองให้ครับ การคอนเฟริมการเดินทาง โอนเงินมัดจำ 5,000 บาท ส่วนที่เหลือจ่ายก่อนไม่เกิน 5 วันก่อนวันเดินทาง
หมายเลขบัญชีธนาคารไทยพานิชณ์ (SCB) 3652027286 ออมทรัพย์ สาขาเซนทรัลรัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชี นาย นิพนธ์ บุญแช่ม


ค่าใช้จ่าย: 
16,000.00

ราคานี้รวม:
1.ค่าที่พักรีสอร์ท 2 คืน บนเขา 2 คืน
2.ค่ารถรับส่ง ตลอดการเดินทาง และสนามบิน-รีสอร์ท
3.ค่ารถนำเที่ยวสถานที่ต่างๆ
4.ค่าไกด์ท้องถิ่น
5.ค่าอาหาร 12 มื้อ
6.ค่าเข้าอุทยาน Rinjani
7.ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง

** ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินและภาษีสนามบิน **

สิ่งที่ต้องเตรียม: 

1.เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว เสื้อกันหนาว รองจอร์น กางเกงกันลม กันหนาวได้ รองเท้าผ้าใบ ถุงมือ หมวกกันหนาวได้
2.พาสปอตร์ ที่มีอายุเกิน 6 เดือน ก่อนเดินทาง
3.กล้อง อุปกรณ์กล้อง
4.ถุงนอนแบบที่นอนหนาวๆได้ เผื่อใช้ที่สนามบินเวลารอไฟร์
5.ไม้เท้าหรือไกร์เตอร์
6.ไฟคาดหัว(จำเป็นมากทุกคนต้องมี)
7.ยาทาแก้ปวดเมื่อย ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด แก้เมารถ
8.ขนมที่ให้พลังงานสูง