28-30 ก.ค. 60, 5-7 ส.ค.60, 12-14 ส.ค.60, 19-21 ส.ค.60, 26-28 ส.ค.60 ภูสอยดาว | BASSCAMP adventure

ภูสอยดาว เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีทุ่งดอกไม้แสนสวยยามฤดูฝน ภูสอยดาวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำปาด มีเทือกเขาภูสอยดาวทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว ยอดภูสอยดาวมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร (อยู่ในเขตประเทศลาว) สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยชนิดของป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง จึงทำให้มีลักษณะภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี (ภูสอยดาวในเขตไทย หมายถึงลานสนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูสอยดาว อยู่ที่ระดับความสูง 1,633 เมตร)
        แต่ก่อนนั้นเคยมีคนเปรียบเทียบภูสอยดาวเป็นภูกระดึง2 ทั้งนี้เพราะว่าสภาพพื้นที่และป่าสนที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่สิ่งที่ภูสอยดาวต่างกับภูกระดึงและเด่นกว่าคือสภาพป่าสนที่เป็นเนินสลับซับซ้อนให้บรรยากาศของการเดินเที่ยวบนภูได้มากกว่า อีกทั้งระยะทางการเดินเที่ยวบนภูยังไม่ไกล สามารถเดินชมโดยรอบเพียงวันเดียว แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนภูอยู่ไม่ไกลกันไม่ว่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกซึ่งอยู่ห่างจุดตั้งแคมป์เพียง 10 นาที จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ห่างเพียง 30 นาทีโดยประมาณ ทุ่งดอกไม้มีอยู่ทั่วไปบนภูและมีมากที่สุดบริเวณจุดกางเต็นท์ ทุ่งดอกไม้บนภูมีหลายชนิดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกดอกให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชื่นชมตลอดฤดูฝนจนถึงช่วงต่อฤดูหนาว
** ภาพบรรยากาศการเดินทางที่ผ่านมา **

ตารางการเดินทาง

วันแรก  
       20.00 เจอกันที่ปั้ม ปตท. ทางด่วนดินแดง(ตรงข้าม ม.หอการค้า)รับน้ำดื่มพร้อมออกเดินทาง
วันที่สอง
       06.00 ถึงที่ทำการอุทยานฯภูสอยดาว ล้างหน้าล้างตาทำภารกิจส่วนตัว
       07.00 รับประทานอาหารเช้า(มื้อที่1) รับข้าวห่อพร้อมน้ำดื่ม อาหารมื้อกลางวันระหว่างการเดินทาง จัดเก็บสัมภาระส่วนกลางให้กับลูกหาบ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางกันเลยครับ
       08.00 ออกเดินทาง ระหว่างเดินทางก็ถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆบรรยากาศดีมากครับระยะทางประมาณ 6 กม. ผ่านวิวสวยงาม ผ่านลำธาร เดินข้ามสะพานไม้ ผ่านเนินต่างๆเช่นเนินส่งญาติ เนินปราบเซียน เนินเสือโคร่งและเนินมรณะเป็นเนินสุดท้าย แวะรับประทานอาหารมื้อกลางวัน(มื้อที่2)ออกเดินทางต่อจนไปถึงบริเวณลานกางเต็นท์ซึ่งลุมล้อมไปด้วยดอกหงอนนาคและลานสนสามใบ
       14.00 ถึงบริเวณกางเต็นท์เวลาประมาณบ่ายๆ เราก็จัดแจงกางเต็นท์เก็บสัมภาระเข้าที่จากนั้นใครจะพักผ่อนหรือเดินถ่ายรูป ก็ตามสบายครับ
       16.00 พาเดินชมทุ่งดอกหงอนนาคบริเวณไม่ไกลจากที่พักเรา ได้เวลาไปชมพระอาทิตย์อัสดงเราจะไปชมกันที่จุดชมวิวที่ไม่ไกลจากที่พักเรานักครับ
       18.30 ได้เวลาทำอาหารเย็นรับประทาน ช่วงนี้ใครจะไปทำภาระกิจส่วนตัวก็ตามสบายนะครับ มีน้ำให้อาบในลำธารครับหรือจะตัน้ำไปอาบในห้องน้ำก็ได้ครับ แล้วกลับมานั่งล้อมวงรับประทานอาหารเย็นกันครับ
       19.30 กลับมานั่งล้อมวงรับประทานอาหารมื้อเย็นกัน(มื้อที่3)แยกย้ายกันพักผ่อนใครจะนั่งสนทนากันต่อ หรือจะพักผ่อนก็ตามสบายนะครับ แต่ควรแหงนหน้าไปดูดาวบนท้องฟ้า สวยมากมายครับ (ถ้าอากาศเป็นใจ)
วันที่สาม  
       06.00 ตื่นมาพร้อมกัน ทำภารกิจส่วนตัว จิบกาแฟร้อนๆพร้อมของว่าง ชมม่านหมอกในป่าสนสามใบตอนเช้าอากาศจะดีมากถ้าฝนไม่ตกนะครับ บนภูสอยดาวฝนจะไม่ตกแรงมากแล้วจะหยุดเร็ว
       08.00 กลับมาทำอาหารเช้ารับประทานกันครับ(มื้อที่4)เมื่อเรียบร้อยแล้วเตรียมตัวให้ พร้อมในการเดินลงไปชมน้ำตกมอส ที่ชุ่มฉ่ำและเขียวไปด้วยมอส รองเท้าที่ใส่ควรเป็นรองเท้าที่ไม่ลื่นง่าย น้ำตกมอสจะมีหลายชั้น เราจะเริ่มเดินกันตั้งแต่ชั้นบนลงไปเรื่อยๆและไปขึ้นอีกทางครับ
       11.00 เดินชมน้ำตกจนหนำใจเราก็กลับมาที่พักเพื่อรับประทานอาหารมื้อกลางวัน (มื้อที่5)
       13.00 เราจะพาท่านไปชมทุ่งดอกหงอนนาคอีกฝั่งหนึ่งซึ่งจะมีดอกหงอนนาคขึ้นหนาแน่นเป็นกลุ่มๆ ชมทุ่งหญ้าสีทอง ทุ่งลานสนสามใบ เดินทางเท้าไปจนถึงหลักสุดแดนประเทศไทยเชื่อมต่อระหว่างประเทศลาวครับและจุดที่สูงสุดของลานสนสามใบครับ ที่นี่วิวสวยมาก มองเห็นยอดภูสอยดาวและวิวรอบทิศทาง
       16.00 ได้เวลาอันสมควรเดินทางต่อกันไปที่จุดชมวิวบริเวณพระอาทิตย์อัสดงครับชมพระอาทิตย์ตกกันอีกเย็น เมื่อสิ้นแสงของวันแล้วเรากลับไปทำอาหารรับประทานกัน
       18.30 กลับมาทำอาหารกันช่วงนี้ใครจะทำภารกิจส่วนตัวก็ตามสบายเลยครับแล้วกลับมารับประทานอาหารมื้อเย็นกัน
       19.00 กลับมานั่งรับประทานอาหารมื้อเย็น(มื้อที่6) แยกย้ายกันพักผ่อน นั่งสนทนาตามสบายครับ เจอกันพรุ่งนี้เช้าครับ
วันที่สี่  
       06.00 ตื่นมาพร้อมกัน ชมม่านหมอกในป่าสนสามใบอีกเช้านึง ทำภารกิจส่วนตัว จิบกาแฟร้อนๆพร้อมของว่างถ่ายรูปไปด้วยให้เวลาตามสบายครับ
       08.00 จากนั้นเรามาทำอาหารรับประทานกันครับ(มื้อที่7) เมื่อเรียบร้อยแล้วเก็บสัมภาระ ต่างๆให้เรียบร้อยเก็บของส่วนกลางให้กับลูกหาบ รับน้ำดื่ม พร้อมแล้วเดินทางลงจากภูกันเลยครับ
       12.00 ถึงที่ทำการอุทยานฯด้านล่างประมาณเที่ยงๆ อาบน้ำ เล่นน้ำตก รับประทานอาหารมื้อกลางวัน(มื้อที่8)
       13.30 เก็บสัมภาระขึ้นรถออกเดินทางต่อไปที่วัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช(ถ้ามีเวลาพอ) แวะรับประทานอาหารเย็นกัน(มื้อนี้จ่ายเองครับ) แวะซื้อของฝาก แล้วเดินทางกลับ กทม ถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนครับ
       24.00 เดินทางกลับ กทม โดยสวัสดิภาพ


ค่าใช้จ่าย: 
4,200

ราคานี้รวม:
ค่ารถตู้
ค่าน้ำมัน
ค่าเต็นท์ เสื้อกันฝน
ค่าอาหาร 8 มื้อ
ค่าเครื่องดื่ม ค่าอาหารว่าง
ค่าประกันอุบัติเหตุ วงเงิน 100,000
ค่าลูกหาบของส่วนกลาง(ของส่วนตัวแบกเองครับ)
ค่าเข้าอุทยานฯต่างๆ

สิ่งที่ต้องเตรียม: 

เสื้อผ้าที่รัดกุม
เสื้อแขนยาวกันหนาวได้
กางเกงขายาว
รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหุ้มส้น
ถุงนอน
ถุงกันน้ำ
ไฟฉาย
ขนมที่ให้พลังงานสูง